การปล่อยวาง คลายทุกข์ แบบง่ายๆ

31/10/2011 at 7:02 AM ใส่ความเห็น

การปล่อยวาง คลายทุกข์ แบบง่ายๆ

สิ่งที่เราเป็นทุกข์ในปัจจุบันนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป เราเองต้องอยู่ในโลกนี้ โลกแห่งการเป็นเหยื่อความเจริญด้านวัตถุ สิ่งล่อใจมีมาก ทำให้กิเลสมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นการปล่อยวางทั้งด้านวัตถุที่เป็นรูปธรรม และการปล่อยวางทางจิตใจที่เป็นนามธรรม จึงเป็นหนทางให้เราคลายความทุกข์ลงได้ เช่น ไฮเทคเกินไปก็ทำตัวให้ โลว์เทคบ้าง เคยขับรถ ก็ลองปล่อยแล้วมาขึ้นรถเมล์บ้าง เคยเอะอะโวยวายไม่พอใจเมื่อมีใครทำอะไรไม่ถูกใจ ก็หัดเฉยให้อภัยบ้าง เคยแต่งตัวพิถีพิถัน ก็มาแต่งตัวตามสบายบ้าง เป็นต้น

 

การปล่อยวาง  คือปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง  ข้อนี้สำคัญที่สุดในการคลายเครียดทุกวิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  เพราะเป็นการตัดต้นตอของความทุกข์ทั้งมวลลงได้  เมื่อยึดมั่นถือมั่นมากก็ต้องทุกข์มาก  ถ้าปล่อยวางลงได้มากก็เบามากสุขมาก  แล้วความเครียดก็ลดลงหรือหายไปเลย

ยึดมั่นสิ่งใด ก็ทุกข์เพราะสิ่งนั้น

เมื่อยึดมั่นในสิ่งใด  ก็เป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้น  ฉะนั้น  พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า… สพ.เพ ธม.มานาลํ อภินิเวสาย”  แปลว่า  “สิ่งทั้งปวงไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น”   นี้เป็นหลักธรรมชั้นสูงขั้นวิปัสสนาในพระพุทธศาสนา

แต่สำหรับเราปุถุชนนั้น  ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่  เพราะยังมีกิเลสอยู่  จะปล่อยวางให้เด็ดขาดนั้นยังทำไม่ได้   เพราะฉะนั้น  ใครจะยึดมั่นในเรื่องอะไรก็ยึดเถิด  แต่อย่ายึดให้มากเกินไป   เพราะสิ่งทั้งปวงในโลกนี้มันไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน   มันเป็นทุกข์  มันตกอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้  ต้องพังสลายไปในที่สุด  และไม่มีอะไรเป็นของเราที่แท้จริงเลย  เห็นได้ชัดเมื่อคนเราตาย   เราต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้หมดสิ้นแล้วจากโลกนี้ไป   นำไปได้แต่บุญและบาปติดตัวไปได้เท่านั้น   นอกนั้นต้องทิ้งไว้ทั้งสิ้น   มอบให้โลกเขาไป  แม้แต่ร่างกาย  เพราะได้ยืมของโลกเขามาใช้ชั่วคราว

วิธีการในการปล่อยวางมีหลายอย่าง   สำหรับคนเราที่ยังไม่อาจปล่อยวางทุกอย่างได้  ก็ควรใช้การปล่อยวางแบบง่าย ๆ ไปก่อน  คือ  รู้จัดปิดหูปิดตาและปิดปากเสียบ้าง   เหมือนอย่างรูปปริศนาธรรมเป็นรูปลิง  3  ตัว   โดยตัวหนึ่งปิดหู  ตัวหนึ่งปิดตา  อีกตัวหนึ่งปิดปาก ตามหลักพระพุทธศาสนา   ถือว่าคนเราบางคราวแม้ไม่ใบ้ก็ทำเหมือนเป็นใบ้เสียบ้าง  แม้ไม่หนวกก็ทำเหมือนหนวกเสียบ้าง   แม้ไม่บอดก็ทำเป็นบอดเสียบ้าง   ถ้าทำเป็นคนรู้เห็นไปหมดแล้ว  ก็เท่ากับไปแส่หาความทุกข์ไม่หยุดหย่อน

อย่างสมมติว่า   เราเห็นคนรักหรือลูกหลานไปทำบางสิ่งบางอย่างอันไม่น่าพอใจ   บางครั้งเราก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียบ้าง  เพราะถ้ารู้เห็นมากมันก็วุ่นวาย  และทำให้เครียดมาก  เช่น  ในบางครั้งบางคนแม้ตนไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ยิน  แต่ได้พยายามสืบเสาะให้มันเห็นจนได้   แล้วในที่สุดก็มานั่งทุกข์นอนทุกข์   เพราะไม่มีอุบายรักษาใจหรือปล่อยวางไม่เป็น

Entry filed under: การสร้างความสุข. Tags: .

การออกกำลังกายที่ทำงาน คิดแล้วทุกข์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed



%d bloggers like this: